| 1 | ค | บริษัท C สามารถนำผลขาดทุนสุทธิยกมาของบริษัท A และ B มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัท C ไม่ได้เลย * หลักการ: กรณีควบเข้ากัน ม. 72 (1) (ข) (4) ห้ามนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไร/ขาดทุนสุทธิของบริษัทใหม่ |
| 2 | ค | ภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 * หลักการ: ให้ถือว่าวันที่จดทะเบียนเลิก (30 มิ.ย.) เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นรายการและเสียภาษี ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายดังกล่าว |
| 3 | ข | ต้องนำเงินสำรองดังกล่าวไปรวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายของบริษัท X * หลักการ: เงินสำรองหรือเงินกำไรยกมาจากรอบระยะเวลาบัญชีก่อนๆ เฉพาะส่วนที่ ยังมิได้เสียภาษีเงินได้ ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายด้วย (ใช้บังคับโดยอนุโลมกับการโอนกิจการ) |
| 4 | ข | 3,000,000 บาท ตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทเดิม * หลักการ: ในกรณีควบเข้ากัน บริษัทใหม่ต้องถือราคาทรัพย์สินนั้นตาม ราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทเดิม ในวันที่ควบเข้ากัน จนกว่าจะมีการจำหน่ายไป การตีราคาตามราคาตลาด (5 ลบ.) เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการคำนวณกำไรของบริษัทเดิม แต่จะไม่ถือเป็นรายได้/รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทเดิมนั้น |
| 5 | ข | เจ้าพนักงานประเมินอาจสั่งให้เสียเงินภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย * หลักการ: ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่แจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันจดทะเบียนเลิก หากฝ่าฝืน เจ้าพนักงานประเมินอาจสั่งให้เสียเงินภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย |