1. การสิ้นสุดรอบบัญชีและความรับผิด
A. วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย
- ตามมาตรา 73 ประกอบมาตรา 72 การควบเข้ากันให้ถือว่าแต่ละบริษัทซึ่งควบเข้ากันนั้นได้เลิกกัน
- ให้ถือว่า วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก (วันควบเข้ากัน) เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
- วันสิ้นสุดรอบบัญชี: วันที่ 15 ตุลาคม 2568 สำหรับทั้ง บมจ.บัญชีภาษี และ บจก.รักดี
B. ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นแบบ (ม. 73)
- หน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีแทน แต่ละบริษัทที่เลิกกันนั้น ตกเป็นของ บริษัท รักกัน จำกัด (บริษัทใหม่)
- กรรมการของบริษัทใหม่ (บจก.รักกัน) มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้ชำระบัญชี
- กำหนดการยื่นแบบ: บริษัทใหม่มีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษีภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (15 ต.ค. 2568)
2. การคำนวณกำไรสุทธิและการรับโอนทรัพย์สิน
2.1 เงินสำรองที่ยังไม่เสียภาษี (บมจ.บัญชีภาษี 2,000,000 บาท)
- หลักการ: ตาม ม. 72 (2) เงินสำรองหรือเงินกำไรยกมาจากรอบระยะเวลาบัญชีก่อนๆ เฉพาะส่วนที่ ยังมิได้เสียภาษีเงินได้
- การปฏิบัติ: บมจ.บัญชีภาษี ต้องนำเงินสำรองจำนวน 2,000,000 บาท นี้ มารวมคำนวณเป็นรายได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายด้วย
2.2 ผลขาดทุนสุทธิยกมา
- หลักการ: ตาม ม. 73 (4) ประกอบ ม. 72 (ข) (4) ห้ามนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิม (บมจ.บัญชีภาษี 500,000 บาท และ บจก.รักดี 800,000 บาท) มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไร/ขาดทุนสุทธิของบริษัทใหม่
- ข้อสรุป: บจก.รักกัน ไม่มีสิทธิ นำผลขาดทุนสุทธิยกมาของบริษัทเดิมทั้งสองแห่งมารวมเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของตนเองในอนาคต
2.3 มูลค่าเครื่องจักรและการหักค่าเสื่อมราคา
- หลักการตีราคาทรัพย์สินของบริษัทเดิม:
- ตาม ม. 72 (1) (ข) การควบเข้ากัน ไม่ให้ถือว่าราคาตลาด (10 ลบ. และ 5 ลบ.) เป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไร/ขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากัน
- การถือมูลค่าต้นทุนของบริษัทใหม่ (บจก.รักกัน):
- บจก.รักกัน ต้องถือราคาทรัพย์สินตาม ราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทเดิมในวันที่ควบเข้ากัน
- มูลค่าต้นทุนทางภาษีรวม: 8,000,000 บาท (บัญชีภาษี) + 4,000,000 บาท (รักดี) = 12,000,000 บาท
- การหักค่าเสื่อมราคาของบริษัทใหม่:
- บจก.รักกัน ต้องหักค่าเสื่อมราคาตาม วิธีการและอัตราที่บริษัทเดิมใช้อยู่
- การหักค่าเสื่อมราคาต้องเป็นเพียงเท่าที่ ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น
| ทรัพย์สิน | มูลค่าต้นทุนทางภาษี | อัตราหัก (ต่อปี) | ระยะเวลาที่เหลือ |
| เครื่องจักร บมจ.บัญชีภาษี | 8,000,000 บาท | 10% (800,000 บาท) | 4 ปี |
| เครื่องจักร บจก.รักดี | 4,000,000 บาท | 20% (800,000 บาท) | 2 ปี |
ข้อสรุป Critical Thinking:
โจทย์นี้บังคับให้ผู้สอบ CPA ต้องแยกระหว่างการปฏิบัติทางบัญชี (การโอนทรัพย์สินที่มูลค่าตลาด) และการปฏิบัติทางภาษี (การโอนด้วยมูลค่าตามบัญชีเดิม) รวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อจำกัดทางภาษี (ห้ามใช้ขาดทุนสะสม) ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจ
